เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โรงเรียนลูกบาศก์ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ บล็อกหลักของโรงเรียน

[CS SS] Left or dead [IS 1124]

posted on 29 Jun 2010 00:04 by roxascs in Ms
"เร็วเถอะ"
มือหยาบกร้านเอื้อมมือมาเพื่อจะดึงร่างบางที่เพิ่งสะดุดล้มลงไป
"ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉัน..."

มือเรียวกระชับปืนสั้นในมือรวบรวมกำลังที่มีลุกขึ้นยืน
ร่างสูงใหญ่ออกวิ่งนำ ขึ้นลำกล้องปืนลูกซองท่าทีระแวดระวัง
เสียงฝีเท้าเงียบกริบของคนตัวโตเบื้องหน้าทำให้เธอทึ่งนิดๆ

ระเบียงโรงพยาบาลมีเพียงแสงจากไฟไม่กี่ดวงกระพริบติดๆดับๆ
สะท้อนเสียงฝีเท้าคนสองคนค่อยๆเดินไปด้วยกัน

 

-------------------------------------

[CS SS] Left or dead [IS 1124]
คำเตือน : SS หรือ IS นี้คนเขียนเขียนแล้วแหยะๆ ไม่อยากอ่าน กรุณาปิดเลยค่ะ

-------------------------------------

 

"ครูเอซคะ..."

ร่างบางเอ่ยปากทักเมื่อก้าวกาญจน์เอาปืนลูกซองเขี่ยประตูห้องผู้ป่วยให้เปิดออก
ภายในห้องไร้แสงไฟมืดสนิท ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตและ 'ไม่มีชีวิต' ใดๆ

"เก็บยาสิ"

เอกธิดาค่อยๆก้าวอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้องเงียบๆ 
ขวดยาสีขาวสะท้อนกับแสงสว่างนอกห้อง รวมถึงนัยน์ตาสีขาวเหลืองคู่หนึ่งที่อีกฟากของห้อง

ทันทีที่แสงไฟกระทบนัยน์ตากร้าว 
เสียงกรีดร้องของมันดังขึ้นราวนกหวีดชวนแสบแก้วหู
มือที่เริ่มเน่าเปื่อยกระโจนเข้าหาร่างระหง กลิ่นชวนคลื่นไส้ทำเอาในท้องรู้สึกปั่นป่วน


ปัง !

ปังๆๆๆๆๆ!!


เสียงปืนสั้นรัวเป็นชุดไม่เว้นจังหวะหายใจ จนกระทั่ง 'สิ่งไม่มีชีวิต' ลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นกระเบื้องสีหม่น
กลิ่นดินปืนกระจายทั่วห้องที่มีทั้งกลิ่นน่าคลื่นไส้และกลิ่นยาปนเปกันไปหมด


"หมดแม็กเลยนะครับ"
น้ำเสียงติดจะล้อหญิงสาวดังขึ้นเมื่อใบหน้านิ่งๆแบบนั้นทำท่าไม่ยี่หระเท่าใด
มือรีบขึ้นลำกล้องปืนลูกซองเตรียมพร้อม

ถึงจะบอกว่าไม่กลัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอตกใจไม่ได้เสียหน่อย
ท่าทียียวนของอีกฝ่าย ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโมโหอย่างเคย
แต่ไหนแต่ไรคนข้างตัวก็ไม่ค่อยพูด แถมพูดทีไรก็ปากเสียจนเธอชินเสียแล้ว

เอกธิดาอนุมานเอาจากรอยลูกซองกลางหน้าผากของซอมบี้เมื่อครู่
คราวนี้อุตสาห์เอ่ยปากจิกกัดเธอได้ คงจะตีความว่าเป็นห่วงได้สินะ

"เพื่อความแน่ใจค่ะ"
เธอยิ้มให้ก่อนจะเดินนำออกไปที่ทางเดินกลาง


ประตูห้องผู้ป่วยฝั่งตรงข้ามแง้มออก
นัยน์ตาสีขาวเหลืองนับสิบคู่พร้อมเสียงครืดคราดในคอ
ยิ่งเร่งให้ทั้งสองก้าวเท้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สุดปลายทางเดินยาวลิฟท์สีขาวหม่น บัดนี้เต็มไปด้วยคราบเลือดและสิ่งสกปรกชวนขนลุก
อีกนิดเดียวจะหลุดจากโรงพยาบาลได้แล้ว


....

ฮือ.... ฮืออ...


เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เบาราวกับดังมาจากที่ไกลๆ
เสียงนั้น ก้องกังวาลอย่างเย็นยะเยือก 
พาลเอาทั้งคู่มองหน้ากัน

ไม่เคยได้ยินมาก่อน...


ใช่คนที่เหลืออยู่รึเปล่านะ...
ท่ามกลางซอมบี้จำนวนมากขนาดนี้ จะใช่คนหรือเปล่านะ...


ฮือ.... ฮืออ..............ฮือ.....


เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าใกล้ลิฟท์สีขาวที่ปิดอยู่
เสียงร้องไห้ดังขึ้นต่อเนื่อง ประหนึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักจนเหลือเสียงพร่าราวแทบจะขาดใจ
เบื้องหลังประตูบานหนึ่ง...

ไฟฉายในมือทั้งสองถูกดับลง 
ซอมบี้เป็นพวกไวต่อแสง ที่ไหนมีแสงที่นั่นมีเหยื่อสำหรับพวกมัน
ร่างหญิงสาวนั่งอยู่ในห้องมืด มีเพียงแสงจันทร์และสายฝนที่สาดเข้ามาในห้อง
เสียงสะอื้นไห้ยังดังอย่างต่อเนื่อง ร่างทั้งร่างสะอื้นตัวโยน...

แสงไฟฉายกระทบทั่วร่างเมื่อเห็นหญิงสาว...
เอกธิดาเดินเข้าไปใกล้ขึ้นแต่ถูกก้าวกาญจน์ปัดไฟฉายกระบอกเล็กทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี
ร่างเล็กถูกดึงมาไว้ด้านหลังตน นัยน์ตาคู่สวยของร่างระหงพลันสบกับนัยน์ตาสีแดงเลือดของร่างที่เคยสั่นเทิ้มตรงหน้า

เสียงร้องไห้หยุดลง...

นานเพียงชั่วอึดใจ 
อึดใจที่กระอั่กกระอ่วนจนไม่สามารถบอกเป็นคำพูดได้
ทำไมกันเอกธิดา ทำไมเธอถึงได้ดูผิดได้ขนาดนั้น...

เล็บที่ยาวเหยียดและเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น เปรอะไปด้วยเลือดแห้งกรัง 
ศพ ไม่สิ ร่างไร้ชีวิตของพวกซอมบี้ถูกจัดการกองกระจายทั่วห้อง
นั่นเป็นสาเหตุให้ ทั้งห้องเหลือเพียงเจ้าของนัยน์ตาวาวโรจน์

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

ร่างนั้นหวีดร้องอย่างบ้าคลั่งพุ่งตรงเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยความเร็ว
เร็วพอที่ก้าวกาญจน์ทำได้เพียงผลักเอกธิดาออกไปทางอื่น

ฉึก ! 

เล็บยาวๆแห้งกรังปักลงไปบนพื้นคอนกรีต
ชายหนุ่มล้มลงไปบนพื้นโดยอยู่ห่างจากเงื้อมมือของร่างที่กรีดร้องตลอดเวลาแค่ไม่กี่คืบ
มืออีกข้างตวัดหมายจะปลิดชีพเหยื่อ

ปัง !!

ลูกซองในมือเรียวเล็งเข้าซอกคออย่างจังทำเอานัยน์ตามาดร้าย ตวัดกลับมามองหญิงสาว

ลูกซองในมือขึ้นลำกล้องอย่างช้าๆ
ช้าเกินไป...

"ระวัง !!"

เล็บคมตวัดปาดแขนหญิงสาว
ร่างปราดเปรียว หมายจะจ้วงเล็บแหลมลงบนร่างเหยื่อ 

ปัง!  ปัง!  ปัง!

ลูกซองสามนัดซ้อนจ่อหลังกระโหลกร่างไร้ชีวิต 
จนกระทั่งเสียงกรีดร้องสุดท้าหมดลง...

.
.


เสียงหัวใจทั้งคู่เต้นระรัวในความมืด
ทุกอย่างจบลงแล้ว...

"ไม่ระวัง..."
ร่างสูงส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ 
แล้วหยิบแขนขวาของครูเอกมาปฐมพยาบาล
เอกธิดาที่บัดนี้นิ่วหน้าเพราะแผลลึกทำเอาร่างสูงหวั่นใจพอดู

ถึงแม้เขาจะไม่แสดงอาการอะไรออกไปนัก แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ไม่ว่าร่างบางตรงหน้าจะได้แผลมาเท่าไหร่ ก็ไม่เคยแสดงอาการใดๆ แต่คราวนี้...

"ทนอีกหน่อย"
นั่นเป็นคำพูดที่เขาพอจะนึกออกในตอนนั้น

"ค่ะ ดิฉันไม่เป็นไร"
เลือดซึมชื้นขึ้นมาตามผ้าพันแผล

"........."
"มีอะไรหรือเปล่าคะ ครูเอซ ?"

"....."

เขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
เพียงแต่... 
เขาไม่มั่นใจว่าแม้แต่เืพื่อนร่วมทางคนเดียวเขาเองจะปกป้องไว้ไม่ได้...

"คุณคิดว่าพวกเราจะรอดออกไปได้ไหม" 

ใบหน้าเรียบเฉยนั้นถามขึ้นลอยๆ หากแต่เอกธิดาสังเกตุถึงน้ำเสียงแปร่งๆของเขาได้

"ครูเอซที่ดิฉันเคยรู้จักไม่ใช่คนที่จะท้ออะไรง่ายๆค่ะ และดิฉันเชื่อว่าเราจะต้องรอดไปได้" 

มือเล็กที่เคยกุมแผลเปรอะเลือดอยู่แตะหลังมือใหญ่อย่างแผ่วเบา
เพียงแค่ชั่วครู่ที่น็อตหลวมๆบนขมับของครูเอซคลายออก และ...

"ผมก็คิดแบบนั้น"

กลับมาขันแน่นเป๊ะเหมือนเดิม...
ให้มันได้แบบนี้สิ



ตึง...


พื้นอาคารสั่นไหวน้อยๆ ทั้งคู่หยุดนิ่งมองหน้ากัน


ตึง.... ตึงๆๆๆ.....


"แทงค์เกอร์ !" เสียงกระซิบเฉียบขาดร้องบอกอีกฝ่ายก่อนที่มือแกร่งจะพยุงให้หญิงสาวลุกขึ้น
"ไปเร็ว !"


โครม !!



"..........................................."

อารุจ จิรารุจี สะดุ้งตื่นเหงื่อแตกเหมือนเพิ่งอาบน้ำมา


"เฮ้ยๆ แทงค์เกอร์ !" เสียงไอ้ว่านดังขึ้นสั่งน้องชายสองคน
"วิ่งไปที่ห้องเก็บกระสุนดิ"

ผมเพิ่งจำได้ว่า วันนี้มาเล่นเกมบ้านไอ้ว่านกับน้องๆ

สองแฝดบังคับเกมต่อไปอย่างเมามันส์
โดยมีไอ้ว่านที่เล่นเกมไม่เก่งนั่งดู (แต่เดี๋ยวนี้มันพัฒนาแล้วนะครับ แหม่)


แล้วเมื่อครู่....
ครูเอกกับครูเอซ...

แค่ 'ฝัน' หรอกหรอ....
ปั๊ดโถ่... = ="



- Fin -






สรุป

- ครูเอกและครูเอซเอาชีวิตรอดจากเมืองซอมบี้
- ความจริงคืออิรุจฝันไป
- เพราะนั่งเล่นเกม Left4Dead กับน้องๆของว่านอยู่
- เลยเอาไปฝัน ทำไมดันฝันเป็นครูเอกกับครูเอซไม่ทราบได้ 
- พอไปเจอครูเอกครูเอซจริงๆก็เลยแบบ อืมม เหมือนในฝันเลยแฮะ
- ความจริงคือทรงหลุดไปบ้างขออภัย แต่คิดว่ามันอยู่ในฝัน ถ้าอยากให้แก้ตรงไหน เชิญเลยค่ะ


เวิ่นเว้อ

- เอนทรี่นี้เกิดจาก เซน (ผปค.ครูเอซ) และ ครูเอก (ผปค.ครูเอก) เล่นเกมยิงผีกันแค่นั้นเอง
- ดองมานานแมกซ์ๆ
- แต่อันนี้เป็น Left4Dead ค่ะ ไม่ใช่ House of Dead แบบที่เล่นเกมตู้ เหะๆ
- ความจริงหยิบหนูวิชชี่ (Witch) มาเล่น เพราะชีหลอนได้ใจ
- พออ่านจบถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยแล้วล่ะ ว่าทำไมเกมที่นามินเล่นมีแต่เกมจิตๆ น่ากลัวๆ
- ยังค่ะ ยังไม่หมดเรายังมีเกมยิงผีอีกหลายขนานให้ทำความรู้จักต่อไป
- แต่เขียนมาถึงตรงนี้เริ่มรู้แล้วว่า เกมซอมบี้มันอันตรายจริงๆ
- ตรงที่ ซอมบี้คือคน และเป็นเกมที่ยิงคน ด้วยกันเอง เขียนยากจัง = ="
- เขียนฟิคนี้จบแล้วรู้สึกพอกันที... ฟิคซอมบี้ขอพักไว้ซักพัก หึหึ มีเกมอื่นอีกเพียบ
- รู้สึกเริ่มเขียนเริ่มแฟนตาซีเข้าไปทุกวัน
- เคยมีคนบอกว่า "แสดงความเป็นเด็กให้น้อยคนเห็น แต่แสดงความอ่อนแอให้คนเดียวเห็น" รู้สึกชอบประโยคนี้มาก เลยอยากเห็นครูเอซอ่อนแอบ้าง (โดนเซนตรบ 555)
- รวมๆแล้วคู่นี้เขียนยากแมกซ์ พูดน้อยทั้งคู่
- แปลกไปหน่อยช่างมันเถอะ มันเป็นฝันนี่ เอาแหละ ไว้จะเอาลูกท่านอื่นมาอยู่ในเกมต่อ เคร้ๆ


ด้านล่างนี้เป็นเสียงจริงในเกมของ น้องวิชชี่ เจ้าแม่ข่วนกระชาก
มันหลอนมาก ใครกลัวผี อย่ากดดีกว่านะ

เตือนแล้วนะคะ = ="

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไม่ได้มาลงชื่อเลยว่าอ่านแล้ว ได้บรรยากาศดีค่ะพี่

คลิปเสียงนั่นบีเฉยๆ นะ แค่ลุ้นเหมือนนัท นึกว่ามันจะกรี๊ดปิดท้าย พอไม่มีอะไรแล้วแอบผิดหวังนิดๆ *หัวเราะ*

ต่อไปมาริโอ้เหรอคะ (ฮา)

#9 By *Alyssa* on 2010-07-01 12:09

#1 เค้าแอบกลัววิชชี่ร้องในเกมมาก ฟีลมันสุดๆ ถึงหลังๆจะเริ่มเก็บวิชกับเพื่อนก็เถอะ

#2 อยากเล่นด้วยกันอีกทั้งก๊งอ่ะ

#3 โหยพี่โน้ต ยิ่งเปิดก่อนไปอาบน้ำนะ มิกล้าไปอาบเลย อยากเล่นเกมอีก < น่าน

#4 หลังๆนี่เพื่อนนาก็แบบ เริ่มอ้อมหลังดักยิงหัววิชเก็บคะแนนกันแล้วล่ะค่ะ แต่พอมันโดนแหย่ปุ๊ป เพื่อนลงไปกองเป็นแถบ = ="

#5 อยากได้เวอร์ชั่นพร้อมซาวน์ไม๊จ๊ะ = =+ ตามนี้เลย
http://www.youtube.com/watch?v=A1JxVAQgUYQ

#6 มีแพลนอยู่เลยล่ะ = =+

#7 มาริโอ้ ก็ต้องกิน "เห็ด" สินะ เคร้ๆ

#8 By A-Rooj on 2010-06-29 23:06

เห็นด้วยกับ #3 รอบหน้าขอเกมมาริโอ้นะคะ 5555555

#7 By S-SMILE on 2010-06-29 19:31

เป็นเกมส์ที่มันส์จริงๆ วันหลังชวนธีเล่นบ้างนะopen-mounthed smile
เสียงวิชชี่น่าเอาไปเป็นริงโทน...
(นี่โรคจิตกว่าพี่อีก...)

ชอบเสียงอ่ะ หลอนจริงจัง
เรื่องอ่านไปเพลินๆ ดี โดยส่วนตัวไม่รู้สึกแหยะๆ นะ

#5 By # Comunità di Wynyl on 2010-06-29 11:55

witch ชีหลอนได้ใจมาก
เล่นทีได้ยินเมื่อไหร่ ไม่เตรียมปิดไฟก็เตรียมโกยอ้าว

เพราะเพื่อนที่เล่นด้วยชอบวิ่งไปยิงมันเล่นconfused smile

#4 By แมวหน้าแว่น on 2010-06-29 10:30

ท่าทางคนเขียนจะน่ากลัวจนต้องปิดเสียงเอง...
(ต้องเปิดตอนอยู่คนเดียว ยามค่ำคืน เปิดไฟสลัวๆ เหอะ)

เข้าบรรยากาศฟิคดีจัง

ตกใจเหมือนกันนึกว่าความจริง
๕๕๕

งานนี้ฟิคต่อไปขอเกมมาริโอ คริคริ
(บ่งบอกอายุคนเม้นต์ ๕๕๕)

#3 By Thai-Cubic on 2010-06-29 08:46

แหล่มแหล๋ว

เพลินดีๆ

#2 By เพื่อน (61.90.66.161) on 2010-06-29 00:45

แอร๊... มาน่ากลัวเอาตอนอีกยูทูปเนี่ยแหละ เหอะๆๆๆ OTL

เป็นคู่คุณครูที่น่ารักจัง น่าดันเป็น officail
แต่ว่าสงสัยครูเอกต้องไปตีกับครูกวีซะก่อน 555555

อ่านลื่นไหลดีไม่มีสะดุดเลยจ้ะ เก่งจัง big smile

#1 By Rethy's on 2010-06-29 00:30