เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โรงเรียนลูกบาศก์ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ บล็อกหลักของโรงเรียน

[CS IS] หายไวๆนะครับ

posted on 15 Apr 2010 18:46 by roxascs in Ms
[CS IS] หายไวๆนะครับ
ช่วงเวลาที่เกิดขึ้น : หลังงานเลี้ยงแฟนซี ช่วงพี่ไทยเข้าโรงพยาบาล
ผู้มีส่วนเอี่ยวข้อง : พี่ไทย พี่ธี รุจ ว่าน โบ ตรอง ไวท์ เร (และทุกคน)






ผมก็พอได้ยินมาบ้างครับ...
วันที่...

พี่ไทยเข้าโรงพยาบาล...

เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสำหรับคนที่ติดจะร่าเริงอยู่ใต้สายลมแสงแดดขนาดนั้น
ที่จะป่วยด้วยโรคเครียด...
แต่ก็อีกล่ะครับ...

คนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นมาก
มักจะแบกรับเอาทุกอย่างมาไว้บนไหล่ของตัวเอง
ถ้าคิดไม่ผิด พี่ไทยเองก็เป็นคนแบบนั้น

เป็นคนที่ ไม่ทันได้คิดถึง ว่าทุกสิ่งที่หนักอึ้งอยู่บนไหล่ ไม่ควรแบกเอาไว้คนเดียว...



พี่ธีก็บ่นให้ฟังตอนคุยกันบน MSN
ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ไทยเข้าโรงพยาบาล

ถ้าไม่นับเรื่องดาร์ธเวเดอร์ที่มีทำความเสียหายได้มากกว่าแหวนของเซารอนหรือ บันทึกริ้ดเดิ้ลแล้ว
ก็ยังมีผ้าคลุมขนนกนางฟ้าสินะ......
ผมว่าเราชักจะมั่วประเด็นกันแล้ว เฮ้ย



วันนี้พวกเรามาเยี่ยมพี่ไทยกันที่โรงพยาบาลครับ
กระดาษจดในมือเขียนเลขหวัดๆไว้

1726 / 9

".................."
"...... ตกลงนี่จะเอาดีทางใบ้หวย?"

ไอ้ว่านพลิกกระดาษจดหัวเราะร่วน

"อ้าวแหม่ เจ้าพ่อรุจลงทรงเอง แม่นนะเว้ยครับ"
"ขอถวายศอกเจ้าพ่อซักทีท่าจะดีเหมือนกัน จดแบบนี้ใครจะอ่านออก"
"โฮ้ย แค่นี้ก็จะเล่นศอกเล่นเข่า ไม่เอาอ่ะ เจ็บ.... เจ้าพ่อใบ้หวยแล้วยังต้องตีเลขอีกหรอ"

ไอ้ว่านยื่นกระดาษไปทางพยานที่เหลือ ซึ่งบอกว่า

"พันธะเคมี ?"
"...............ลายมือห่วยชะมัด"
"ไอ้นั่นน่ะ รุจ ลูกน้ำใช่ไหม"

เพื่อนโบชี้ไปที่เลข 9
แหม่ ช่างจินตนาการบรรเจิดกันทุกคนเลยนะครับ

"ตึก 9 ห้อง 1726"
"ไหนเลขสอง ?"

ไอ้เจ้าของพันธะเคมีทำหน้างง

"เออ ช่างมันโว้ยครับ จะไปหาพี่ไทยกันไหม"

ทุกคนครับ ผมโดนรุม !!
.............
แต่เราต้องไม่แคร์สื่อครับ (ผปค. - ด้านเข้าไปค่ะลูก)


พอเดินมาได้สักพัก... พวกเราก็มาถึงตึก 9 กันในที่สุด
การเดินทางของคณะพันธมิตรแห่งแหวนมาเกือบถึงปลายทางแล้ว



"นี่ๆๆ ห้องพี่ไทยหมายเลข 1726 ใช่มั้ย? ตึกนี้ตึก 9 รึเปล่าอ่ะ? "
"ตึกนี้ก็ตึก 9 นั่นแหละ แต่ห้องที่ว่าน่ะมันอยู่ไหนก็ไม่รู้"
"เอ่อ...เราก็ช่วยไม่ได้หรอกนะ ยังงงๆอยู่เลย"
"เบาๆกันหน่อยสิ"
"แกก็ช่วยกันดูหน่อยสิวะครับไอ้คุณตรอง"
"เบอร์ห้องมันเรียงกันไป ใกล้จะถึงแล้วล่ะ"


ประตูห้องอันเป็นที่หมายของพวกเราแง้มเปิดออกพร้อมด้วยร่างเล็กๆของหญิงสาว คนหนึ่งรีบสืบเท้าออกไป
ผมสีน้ำตาลยาวเคลียหลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ผ่านหางตาของผมไป

รู้สึกคุ้นจังแฮะ....
อะไรบางอย่างทำให้ผมดันนึกไปถึง

เรด....

ความคิดนั้นถูกรีดออกจากหัวผมทันทีเมื่อเห็นพี่ไทยนอนยิ้มเผล่อยู่ที่เตียง พยาบาล


"โหยย นอนสบายเลยนะครับพี่ไทย"

ผมทักพี่ชายที่เอนหลังพิงหมอน
ที่หันมายิ้มเมื่อเห็นพวกเราเดินเข้าไป
 
พี่ไทยยิ้มรับแบบแปลกประหลาดที่สุด
ประหลาดมาก...
มากเสียจน พวกผมรู้ได้ทันทีว่าโรคที่เป็นอยู่ยังไม่หายไป

สงสัยอาการจะหนักกว่าที่พี่ธีเปรยให้ฟังอยู่โข

.....
.........

ท่าทางจะไม่ใช่แค่รอยยิ้มอย่างเดียวแล้วล่ะครับ
ทุกคนยิ้มรับท่าทางที่ดู 'พยายามอย่างยิ่งยวด' ที่จะร่าเริงแบบเดิม...

แน่นอนครับตอนนี้พี่เค้าไม่ได้ทำหน้าเหยเกแต่อย่างใด
เพียงแต่แววตาแบบนั้นมันไม่ได้กำลังยิ้มไปด้วย


"โหย พี่ไทย นอนแบบนี้ไม่เบื่อบ้างหรอ"
"ถามอะไรว้าไอ้รุจ"

ไอ้ว่านจัดการพลักหัวผมไปทีเหมือนไปถามอะไรที่ไม่ควรถาม
เอ๊า ดีกว่าอุบไว้แล้วทำบรรยากาศอึดอัดนี่หว่าครับ

"ก็เบื่อๆ แต่มีน้องๆมาเยี่ยมขนาดนี้ พี่ไทยคงจะเบื่อยากล่ะ"

"คนมาเยี่ยมเยอะเลยนะครับ"
ไอ้คนพูดน้อยอย่างไอ้ตรองก็ดูเหมือนพยายามพูดอะไรบ้าง
สายตามันกวาดไปทั่วห้องเห็นแต่กระเช้าของกิน ผลไม้
ทำเอาพี่ไทยมองตามแล้วหัวเราะเบาๆ แล้วยิ้มให้น้องอีกสองคนที่เหลือ

"น้องๆเอาไปกินกันสิ"
"ของเยี่ยมไข้นี่น่ะหรอครับ?"
"ใช่ครับ"

"แหม่ งั้นไม่เกรงใจ..."

แค่พูดเล่นเท่านั้นล่ะครับ ไอ้ว่านมันล็อคคอแทบหายใจไม่ออก
ทั้งโบทั้งไอ้ไวท์หัวเราะเบาๆที่ผมกำลัง...จะขาดอากาศหายใจ
แน่นอน ผมได้ยินเสียงไอ้ไวท์มันหัวเราะสมน้ำหน้าผมนิดๆ

"เอ็งนี่นะ"
"ล้อเล่น !!" ผมรีบตะโกนบอกมัน แงะมือมันออกคว้ากระเช้าผลไม้พร้อมมีดปอก
ประหนึ่งจับตะกร้าเป็นตัวประกัน
อนาถ....อนาถได้อีกกกกกก

พี่ไทยหัวเราะพรืด

"แล้วเอ็งถือผลไม้ไปทำไมล่ะ"

พอเป็นเรื่องพี่ชายที่เคารพ มันไม่คบเพื่อนชั่วเลยเฮ้ยครับ

"ไปปอกให้พี่ไทยไง เอ้อออ" ผมส่งเสียงหน่ายใจไปให้ "โบไปช่วยกัน...."

สายตาของผมสบกับโบ ศศิธรที่กำลังยิ้มอยู่...

โบปอกผลไม้เป็นไหมนะ...
แถมไอ้ว่านที่ทำสีหน้า...เอ่อ...

อย่าให้มันห่วงออกนอกหน้าขนาดนั้นครับเพื่อน
แต่จะไปหัวเราะมันตอนนี้คงดูไม่ดี

"เออ ไม่ต้องทำหน้าละห้อย" ไม่ให้โบปอกหรอกน่า ผมละไว้ในใจ "เดี๋ยวเอามาให้... พี่ไทย...แล้วกัน"

ผมพูดต่อแล้วรีบยกกระเช้าออกไปจัดแจงต่อบนเคาท์เตอร์
คนที่เหลือยืนคุยกับพี่ไทยไปเรื่อยๆ (ซึ่งก็มีแค่ไอ้ว่าน ส่วนไอ้ไวท์กับไอ้ตรองน่ะหรอ มันเงียบไปแล้วครับ)

บรรยากาศเพี้ยนๆเมื่อครู่คงพอแก้เครียดได้บ้างล่ะมั้งครับ
"ให้เราช่วยนะรุจ"
โบหัวเราะเลี่ยงเดินมาเอาผลไม้ไปล้าง


"เออ พี่ไทย นี่ของเยี่ยมไข้ครับ"

ว่านหยิบบางอย่างขึ้นมา
กล่องประดาษทำมือถูกส่งให้พี่ไทยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนป่วย
คนป่วยที่ตอนนี้กำลังป่วยครึ่งไม่ป่วยครึ่งทำหน้างงหน่อยๆ

"ขอบใจๆ"

พี่ไทยเปิดฝากล่องออก...
ของข้างในนั้นทำเอา ธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์ ถึงกับหัวเราะออกมา
ไอ้น้องๆช่างคิด

พี่ไทยค่อยๆหยิบรูปถ่ายทั้งเพื่อนๆ รุ่นน้อง ครูๆและพี่ๆบุคลากรพิเศษขึ้นมา
บ้างก็เป็นกลุ่ม บ้างก็ถ่ายเดี่ยว อยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วโรงเรียน

ไล่ตั้งแต่ภาพจตุรเมพที่จงใจเว้นที่ว่างที่นึงพร้อมกันชี้ไปตรงนั้น
งานเลี้ยงน้ำชาของลิลี่
ก๊วนโต๊ะญี่ปุ่นหลังห้องชู PSP ทำหน้าสลอนกันทั้งแก๊งค์
ภาพในห้องพักครูหลายใบตั้งแต่ครูปราบ ครูเอมที่ถูกแอบถ่าย
รวมถึงภาพครูรันตร์ที่ยิ้มเล่นให้กับกล้องด้วย

พี่ไอริน พี่ภัทรและพี่คีรีลตอนกำลังเดินไปเรียน
ทั้งม.5 ม.4 ที่หยุดเล่นบอลมาถ่ายรูป (เพราะเนื้อตัวมอมแมมมาก)
ในห้องคหกรรมที่คู่หูทวินเทลกำลังส่งงานในชมรมกับพี่เย้เย
รูปพี่ธูปที่งวดนี้ไม่มีอะไรติดมาด้วย
รูปพี่แมนที่โบไปลงทุนถ่ายมาให้
และอีกหลายๆรูป....

ปิดท้ายด้วยภาพพี่มินท์ นั่งกินขนมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทำท่าตบมือลงไปกับพื้นข้างๆตัวส่งยิ้มให้กล้อง

ธีร์ นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์ หยิบภาพสุดท้ายขึ้นมาดูแล้วอมยิ้ม
สายตาเหลือบมาเห็นข้อความล่างสุดของกล่อง มีลายเซนต์และรอยนิ้วของน้องๆคนต้นคิด

'อยากกลับมาเรียนแล้วล่ะสิ (ครับ//ค่ะ) หายไวๆนะพี่ไทย'

"ใครเป็นคนต้นคิดน่ะ" พี่ไทยหัวเราะออกมา

"มันครับ"
"เฮ่ยๆ อย่ามาโบ้ย ก็ทำมาด้วยกัน" ไอ้คนปอกสาลี่อยู่รีบตะโกนแก้ตัวเป็นพัลวัน


ตอนนี้พี่ไทยหัวเราะอารมณ์ดี
อย่างน้อยพวกเราก็ทำได้แค่ให้พี่ไทยลืมเรื่องที่ปวดหัว

แต่คนที่จะจัดการความเครียดทั้งหมดคงอยู่ที่เจ้าตัว...
พวกเราคงไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากทำตัวบ้าๆบอๆ หรือทำอะไรเซอร์ไพรซ์
เพียงแค่ให้รู้ว่าที่ๆพี่ไทยจะกลับไปยังรอพี่เสมอ (อย่างพี่มิ้นท์ อะไรเงี๊ยะ ฮิ้ววว)

แต่ท้ายสุดแล้ว พวกผมก็หวังว่า
พี่ไทยจะหายไวๆแล้วกับไปเจอหน้ากันที่โรงเรียนเหมือนเดิมนะครับ



                                                                     ด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างสูง...






-Fin-







สรุป

- เอนทรี่นี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติใดๆทั้งสิ้น เลยคงสภาพเป็น IS ค่ะ เรื่องเกิดขึ้นช่วงที่พี่ไทยเข้าโรงพยาบาล
- พี่ไทยเข้าโรงพยาบาลเพราะเครียดด้วยเรื่องหลายอย่างจากงานแฟนซี
- รุจและคณะแห่เยี่ยมชม
- สวนกับเรที่เข้ามาเยี่ยมพี่ไทยก่อน
- ของเยี่ยมไข้พี่ไทยเต็มไปหมด พี่ไทยเลยยกให้ ไอ้รุจจะรับเลยโดนไอ้ว่านเฮดล็อก
- สุดท้ายเอาไปปอกให้พี่ไทย ซึ่งแน่นอน ท้ายสุดพวกที่เข้ามาก็โดนชวนกินคนละชิ้นสองชิ้นนั่นแหละ
- เอาของเยี่ยมไข้ให้พี่ไทย เป็นรูปพี่ๆเพื่อนๆคุณครูและพี่ๆบุคลากร
- รูปสุดท้ายเป็นพี่มินท์รออยู่ใต้ต้นไม้ (เคร้)
- พี่ไทยดูหัวเราะออกขึ้นบ้าง มั้ง
- รูปทั้งหมดมาจากกล้อง ตรอง และ กล้องโบ (ยืมคุณพ่อมา)




เวิ่นเว้อ

- กว่าจะปั่นออกมาได้ ดราฟไว้นานมาก
- พอเอามาปั่นปุ๊ป รั่วปั๊ป หลานไวท์ขอโทษด้วยที่ไม่ค่อยได้ทำอะไร คาดว่าคงตามเพื่อนมาเยี่ยมพี่เฉยๆ
(ความจริงคือเนื่องมาจากเอนทรี่ทะเลาะกับพี่ไทยหลังออกจากโรงพยาบาลแล้วเดี๋ยวไปกระทบความสัมมพันธ์เอนทรี่นั้น)
- ขอโทษอีกทีเพราะตอนแรกจะใช้สกิลวาดรูปเน่าหนอนวาดภาพแต่ละภาพให้ แต่ดูเหมือนจะยากเกิน (โดนตรบ)
- เลยเข็นเอนทรี่ออกมาช้าป่านนี้ที่พี่ไทยออกรพ.มานานแล้ว
- เอาล่ะค่ะ เจอกันเอนทรี่หน้า
- สงกรานต์คือการเคลียร์เอนทรี่ค้างเก็บสินะ

Comment

Comment:

Tweet

โอ้โห นานมากเลยนะเนี่ย
แต่ก็ยังเอาออกมาจนได้ นับถือๆ =..=

พี่ไทยเครียดหนักกว่าเดิมหรือเปล่านะนั่น กร๊ากกกก confused smile open-mounthed smile

#5 By Rethy's on 2010-04-18 08:49

หายเหงาแหงมๆ 5555 ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By S-SMILE on 2010-04-17 08:18

5555

แลดูวุ่นวายเกินจะมาเยี่ยมไข้

ท่าทางว่าพี่ไทยจะหายเหงาไปนิส

นิสสสส เท่านั้น

เหอๆๆ

#3 By olive on 2010-04-16 20:00

มาแล้ว...
ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

บรรยากาศการมะรุมมะตุ้มเต็มห้องพยาบาล
น่าครึกครื้นสนุกสนานเต็มที่เลย

น้องๆมาเต็มเลย confused smile

#2 By Thai-Cubic on 2010-04-16 08:54

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

สาดน้ำให้ซะหน่อยกับความพยายามเขียนจนออกมาได้


แต่อ่านแล้วทำไมไปคิดถึงตอน เจ้านะ(ผปค.ตรอง) เข้าโรงบาลตอนนั้นก็ไม่รู้แฮะ
บรรยากาศใกล้เคียงแบบประหลาดๆsad smile

#1 By ไผ่ ณ. คิวบิค on 2010-04-15 19:10